เจาะประเด็นใหญ่ก่อนเชลซี เปิดรังย้ำแค้นหงส์คืนนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เชลซี  VS หงส์คืนนี้

เพิ่งเจอกันมาหมาดๆ ในถ้วย คาราบาว คัพ รอบสาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่า เชลซี บุกไปเชือด ลิเวอร์พูล 2-1 ถึงถิ่น แอนฟิลด์ ดังนั้นเกม พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 29 กันยายนนี้ "หงส์แดง" ภายใต้การนำทัพของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะแก้แค้นให้ได้ 

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เพราะ ลิเวอร์พูล มักจะมีสถิติไม่ดียามเจอกับ เชลซี แถมตอนนี้ เอแด็น อาซาร์ ยอดปีก "สิงห์บลูส์" กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มด้วย และไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คืออีกหนึ่งเกมบททดสอบสุดหินของ คล็อปป์ และลูกทีม

----------------------------

1) เจาะสถิติน่าสนใจก่อนเกม

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นมีการรวบรวมสถิติออกมาเพียบ แต่ละเรื่องน่าคิดทั้งนั้น 

- หากนับเฉพาะแค่ยุค พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี 20 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากสุดเป็นอันดับสอง โดยอันดับหนึ่งคือแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 28 ครั้ง
-  หากเก็บชัยชนะในเกมวันเสาร์นี้ได้ ก็จะถือเป็นหนที่สองในประวัติศาตร์ของ ลิเวอร์พูล ที่ออกสตาร์ตชนะรวดในเกมลีก 7  นัดแรก โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในฤดูกาล 1990-91
- ในยุค พรีเมียร์ลีก มีแค่ทีมเดียวเท่านั้น ที่ชนะรวดในเกมลีก 7 นัดแรก ซึ่งนั่นก็คือ เชลซี ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อฤดูกาล 2005-06 ซึ่งฤดูกาลนั้นพวกเขายืดสถิติไปไกลถึง 9 นัดด้วย
- ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะเกม พรีเมียร์ลีก ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น จาก 8 เกมหลังสุดที่ออกไปเยือนทีมในกลุ่ม "บิ๊ก 6"
- โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำได้ถึง 5 ประตู จาก 6 เกมหลังสุดที่ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ดวลกับ ลิเวอร์พูล
- กระนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ พา ลิเวอร์พูล บุกไปสอย เชลซี ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ 2 จาก 3 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก  
- ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ทำประตูในครึ่งแรกมากสุดเทียบเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จำนวน 10 ลูก
- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ เป็นดูโอที่สร้างโอกาสให้กันและกันมากที่สุดในลีกตอนนี้ที่ 10 ครั้ง


----------------------------

2)  เช็กความพร้อม 

ไลน์อัพ ตัวผู้เล่น ทั้งคู่มีตัวที่เจ็บ และตัวที่ต้องรอลุ้นจนถึงนาทีสุดท้าย ดังนั้นในเกมคืนนี้เราอาจไม่ได้เห็น 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด แต่อาจมีการหมุนเวียนบางตำแหน่ง
   
- เชลซี : ต้องลุ้นเช็คความฟิตของ เปโดร โรดริเกซ (เจ็บไหล่), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ป่วย), รูเบน ลอฟตัส-ชีค (หน้าแข้ง) และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (โคนขาหนีบ)
- ลิเวอร์พูล : ถึงแม้ เทรนต์-อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีอาการป่วย แต่ก็พร้อมลงเล่นในเกมวันเสาร์นี้ เช่นเดียวกับ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ที่เจ็บเล็กๆ แต่ในรายของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (ซี่โครง) ยังไม่ชัวร์

----------------------------

3) คีย์แมน

- เชลซี : เอแด็น อาซาร์
เดิมทีก็เก่งอยู่แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่า อาซาร์ จะสามารถยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้อีกเมื่อได้ร่วมงานกับกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาคือตัวความหวังสูงสุดในแนวรุกของ เชลซี แถมนำเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ด้วยที่ 5 ลูก ร่วมกับ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช หัวหอก ฟูแล่ม

- ลิเวอร์พูล : โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ถึงแม้ฤดูกาลนี้ฟอร์มการทำประตูดูดร็อปลงไป แต่ ซาลาห์ ยังคงเป็นผู้เล่นที่สำคัญสุดในแนวรุก "หงส์แดง" เหมือนเดิม และหากวันเสาร์นี้เล่นได้เข้าฟอร์ม ลิเวอร์พูล ก็มีลุ้นเช่นกันกับการเก็บสามแต้มกลับบ้าน  

----------------------------

4) รูปทรงเกม

สถานการณ์จะไม่เหมือนกับเกมที่แอนฟิลด์เมื่อกลางสัปดาห์แล้ว เกมนั้น เชลซีตั้งรับแล้วรอโต้ได้ เพราะพวกเขาเป็นทีมเยือน แต่มาเกมนี้เชลซีต้องบุก และลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายตั้งรับเพื่อโต้กลับบ้าง เกมนี้สนุกแน่นอน กลางสัปดาห์วัดอะไรไม่ได้มาก เพราะทั้งคู่ส่งทีมชุดสองลงเกือบยกเซ็ต

แต่เกมนี้ ทุกคนตัวจริงหมด เน้นสุดๆ และต่างคนต่างอยากชนะเพื่อคว้าสามแต้ม ลุ้นเป็นจ่าฝูง เกมนี้เดือดแน่ และมีสิทธิออกได้ทั้งสามทาง แพ้ ชนะ เสมอ
 


โพสต์โดย : NING เมื่อ 29 ก.ย. 2561 17:03 น. อ่าน 328 ตอบ 0